คำถามที่ 1 (ตอนที่ 2) : ทำไมเพจอื่นขายดี แต่เพจเราขายไม่ดีแบบเพจเขา
มาต่อกันครับ
ผมจะขอเน้นที่ P : Product เท่านั้นนะครับ
คราวที่แล้วผมถามคำถามไปว่า ทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้า/บริการกับเรา (เท่านั้น)
คำถามนี้ผมไม่ได้ต้องการคำตอบครับ ผมแค่ต้องการสะกิดให้คิด
ความเป็นจริงในยุคปัจจุบัน ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ง่ายขึ้น หลากหลายขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “อินเทอร์เนต (Internet)”
สมัยก่อนหากเราอยากกินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาต้มยำอร่อยๆ เราก้อคงจะนึกออกแต่เจ้าเดิมที่เราเคยกินหรือเคยเห็นเท่านั้น (ทำให้ร้านดังเก่าแก่ขายดี) ถ้าเป็นของแปลกๆ เฉพาะทาง หาร้านขายยากอันนี้ถึงกับไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว แต่สมัยนี้หากเราอยากกินอะไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ก็มักจะหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมา ต่อไปก็แค่ “จิ้ม” จิ้มหาของที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ขนม เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ หรือจะของที่ใช้เฉพาะทางแค่ไหน หาร้านขายยากหรือลำบากแค่ไหนก็สามารถจิ้มหาได้แค่นอนอยู่บ้านแล้วจิ้ม
ที่สำคัญกว่านั้นคือเดี๋ยวนี้ผู้ซื้อไม่ต้องเดินทางไปที่ร้าน จะไกลแค่ไหน รถติดแค่ไหน หาร้านยากลำบากแค่ไหน ไม่สำคัญอะไร เพราะร้านค้าเดี๋ยวนี้มีบริการส่งด้วย ส่งให้ถึงหน้าบ้านเลย โอนเงินปุ๊บ เดี๋ยวร้านจัดส่งให้เลย ผู้ซื้อก็แค่นอนรอ ไม่เกิน 2-3 วันก็ได้รับของที่สั่งไปแล้ว นี่แหละคือการซื้อขายในยุคปัจจุบัน
จากที่เล่ามาส่งผลให้เกิดอะไร แน่นอนว่าผู้ซื้อได้รับความสะดวก สามารถหาของที่ตัวเองต้องการได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับผู้ขายหมายความว่าเกิดคูแข่งรายใหม่ขึ้นมาโดยทันที
แล้วทำไมลูกค้าถึงต้องซื้อสินค้า/บริการกับเราเท่านั้นล่ะ นี่แหละผมถึงอยากให้ทุกคนที่เป็นผู้ขายตั้งคำถามกับตัวเองแบบนี้บ่อยๆ
ร้านค้าไม่ว่าจะเป็นแบบมีหน้าร้านหรือแบบขายออนไลน์ต้องสร้างจุดขายที่เป็นจุดเด่นของสินค้า/บริการของตัวเอง เป็นการสร้างความแตกต่างที่ทำให้ลูกค้าต้องซื้อสินค้า/บริการกับเราเท่านั้น ยกตัวอย่างถ้าเป็นสินค้าประเภทของกิน เช่น
(1) มีรสชาติอร่อย จุดนี้ต้องพิจารณาให้ดี เพราะคำว่า “อร่อย” เป็นเรื่องรสนิยมส่วนบุคคล บางคนอาจจะบอกว่าอร่อย บางคนอาจจะบอกว่าเฉยๆ บางคนอาจจะไม่ชอบและบอกว่าไม่อร่อย เราจึงต้องพยายามขายให้กับคนที่บอกว่าอร่อยเป็นหลัก สำหรับคนที่เฉยๆ หรือไม่ชอบก็อาจจะเลี่ยงไปก่อน
(2) มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม น่าสนใจ ลองมองดูที่อาหารญี่ปุ่นซึ่งไม่ได้ขายแต่รสชาติอาหาร แต่ขายที่ความสวยงามน่ากินด้วย การจัดจาน การทำให้มีสีสันที่น่าสนใจ เป็นอีกจุดขายหนึ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างได้นอกจากนี้ยังเหมาะกับสินค้าที่เป็นพวกของฝากเป็นพิเศษ
(3) ความหลากหลายของตัวเลือก เช่น ไอศครีมที่มีหายรสให้เลือก ขนมที่มีหลายใส้ พิซซ่าที่มีหลายหน้าให้เลือก
(4) เรื่องราว อาหารหรือของกินหลายร้านขายความเป็นตำนาน หรือความดั้งเดิม เช่นใช้คำว่าโบราณติดไว้หน้าร้าน บางร้านกลับกันที่ขายความแปลกใหม่ บางร้านก็สร้างเรื่องราวขึ้นมาใหม่ให้เป็นจุดเด่นของตัวเอง โดยเขียนเรื่องราวให้เข้ากับเทศกาลต่างๆ เช่น คริสตมาส หรือบางครั้งก็เขียนเรื่องราวให้เข้ากับกลุ่มลูกค้า เช่น กลุ่มแฟนคลับหรือลูกค้าเป้าหมายของเขา
ดังนั้นถ้าอยากขายดี ต้องลองสร้างสิ่งเหล่านี้ให้กับสินค้า/บริการของร้านเรา รับรองว่ายอดขายต้องกระเตื้องแน่ครับ
ขอบคุณที่ติดตามครับ
DoraTaro
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น